หน้า สภ.สิชล

ประวัติความเป็นมาของตราตำรวจ

ตราหน้าหมวก

ตราแผ่นดิน และตราหน้าหมวกตำรวจ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผูกตราประจำประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๖ โดยเรียกกันทั่วไปว่าตราแผ่นดินหรือตราอาร์ม ซึ่งตราดังกล่าวนี้เป็นพระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน ซึ่งใช้สำหรับประทับกำกับพระปรมาภิไธย หรือกำกับนามผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

แต่สำหรับตราหน้าหมวกตำรวจในปัจจุบันนั้น เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๒ โดยได้มีการนำตราแผ่นดินของรัชกาลที่ ๕ มาลงอักษรคำว่า "พิทักษ์สันติราษฎร์" ไว้บนแพรริ้วใต้ตราแผ่นดินซึ่งก่อนหน้านั้นตราหน้าหมวกตำรวจ ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาถึง ๔ ครั้ง

ครั้งแรกเริ่มใน รัชกาลที่ ๔ เป็นโลหะรูปช้างสามเศียร ยืนในตราอาร์ม มีอักษรจารึกว่า พลตระเวณสยาม

ตราหน้าหมวก

ส่วนตราหน้าหมวกรุ่นที่ ๒ (ตำรวจนครบาล) และรุ่นที่ ๓ (ตำรวจภูธร) เริ่มใช้ในปี พ.ศ.๒๔๘๕ โดยของตำรวจนครบาลเป็นรูปเพชราวุธล้อมด้วยกลีบกนก ฬนขณะที่ตำรวจภูธรในยุคนั้นใช้หน้าหมวกเป็น ตราปทุมอุณาโลมบนพื้นสีแดงโดยมีบัวกนกสีน้ำตาลล้อมรอบ สำหรับหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ ๔ เริ่มใช้ในปี พ.ศ.๒๔๗๘ เป็นโลหะรูปสี่เหลี่ยมรี มีปทุมอุณาโลมอยู่กลางกงจักร โดยรอบนอกกงจักรมีลายเพลิงส่วนในกงจักรมีอักษร "พิทักษ์สันติราษฎร์"

ตราหน้าหมวก

ดังนั้นตราหน้าหมวกในปัจจุบันที่ทำด้วยโลหะสีเงิน ดุนเป็นตราแผ่นดิน และจารึกคำว่า พิทักษ์สันติราษฎร์นั้น จึงเป็นตราหน้าหมวกตำรวจรุ่นที่ ๕ โดยในตราแผ่นดินจะมีพุทธภาษิตจารึกไว้ว่า "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธกา" ซึ่งแปลว่า ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมยังความเจริญให้สำเร็จ อันเป็นพุทธภาษิตที่จำเป็นสำหรับข้าราชการตำรวจ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยความพร้อมเพรียงเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อรวมกับตัวอักษร ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงหมายถึง พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ และภาระหน้าที่ตำรวจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน

ตราโล่เขน

ตราโล่เขน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(หรือเดิมกรมตำรวจ)มีเครื่องหมายราชการเป็นรูปพระแสงดาบเขนและโล่ เป็นรูปวงกลมเส้นคู่สองชั้น วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา วงในเป้นลายใบเทศผูกลายเป็นรูปหน้าสิงห์หรือหน้ายักษ์ เรียกว่าจตุรมุข ตามธรรมเนียมโบราณที่แกะสลักรูปหน้ายักษ์จตุรมุขไว้บนหน้าบันประตู ทั้งสี่ทิศของปราสาทหิน
ด้วยความเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ทวารเข้า-ออก ปกป้องคุ้มครองและขจัดสิ่งชั่วร้าย ส่วน "ดาบ" ที่คาดติดอยู่ในปลอก มีลวดลายกนก ทั้งนี้สัญลักษณ์ไม่จำกัดสีและขนาด
ตำรวจไทยเกิดเป็นรูปแบบองค์กรครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้จัดตั้งองค์กรตำรวจและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เป็นระบบ แสดงความเป็นอารยะทัดเทียมตะวันตกโปรดให้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูป "หนุมานสี่กร"
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานเป็นพระราชหัตถเลขา อนุญาตให้กรมตำรวจภูธรใช้พระรูปพระแสงดาบเขนและโล่ ประจำที่มุมธงและใช้เป็นตราประจำกระดาษสำหรับราชการในกรมตำรวจภูธร เมื่อ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๕ ตราโล่เขนนี้ ออกแบบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐ โดย หม่อมเจ้าประวิชชุมสาย ผู้ผูกลายพระราชลัญจกรแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๖)
ถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ดาบเขนและโล่ได้ปรากฏอยู่ในพระธรรมนูญตรา ที่โปรดเกล้าฯให้ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ ให้เป็นตราประจำกรมพลตระเวน(ต่อมา พ.ศ.๒๔๕๘ เปลี่ยนเป็นกรมพลตำรวจนครบาล)

ตราประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ตราปรพจำตำแหน่ง ผบ.

เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม 2445 เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มีลายพระหัตถ์กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชานุญาตใช้ตราประจำชาดสำหรับเจ้ากรมตำรวจภูธร เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสงดาบเขนและพระแสงดาบเขนและโล่ ซึ่งจะใช้เป็นตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร ตราประจำที่มุมธง และเป็นตราประจำเอกสารราชการสำหรับกรมตำรวจภูธร
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาต โปรดเกล้าฯให้ใช้ตราประจำชาติ เป็นรูปเทวดาเชิญพระแสงดาบใจเพชร สำหรับตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ใช้ประดับแท่นตรวจแถวกองเกียรติยศ เนื่องในโอกาสที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นแท่นรับความเคารพหรือตรวจพลสวนสนาม ใช้ประดับที่หน้ารถตรวจพลสวนสนามและใช้เป็นตราประทับแทนตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
หมายเหตุ เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีประกาศให้เปลี่ยนตราตำแหน่งในกรมตำรวจจากเดิม ให้ใช้ชื่อใหม่เป็น อธิบดีกรมตำรวจ ส่วนรูปตราคงเดิม ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ส่งผลให้ชื่อ "กรมตำรวจ" เปลี่ยนเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ตำแหน่ง "อธิบดีกรมตำรวจ" เปลี่ยนเป็น "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"
ขอบคุณข้อมูลจาก กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(หรือเดิมกรมตำรวจ)มีเครื่องหมายราชการเป็นรูปพระแสงดาบเขนและโล่ เป็นรูปวงกลมเส้นคู่สองชั้น วงนอกเป็นลายพรรณพฤกษา วงในเป้นลายใบเทศผูกลายเป็นรูปหน้าสิงห์หรือหน้ายักษ์ เรียกว่าจตุรมุข ตามธรรมเนียมโบราณที่แกะสลักรูปหน้ายักษ์จตุรมุขไว้บนหน้าบันประตู ทั้งสี่ทิศของปราสาทหิน
ด้วยความเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ทวารเข้า-ออก ปกป้องคุ้มครองและขจัดสิ่งชั่วร้าย ส่วน "ดาบ" ที่คาดติดอยู่ในปลอก มีลวดลายกนก ทั้งนี้สัญลักษณ์ไม่จำกัดสีและขนาด
ตำรวจไทยเกิดเป็นรูปแบบองค์กรครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้จัดตั้งองค์กรตำรวจและปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทยให้เป็นระบบ แสดงความเป็นอารยะทัดเทียมตะวันตกโปรดให้ใช้สัญลักษณ์เป็นรูป "หนุมานสี่กร"
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวราชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานเป็นพระราชหัตถเลขา อนุญาตให้กรมตำรวจภูธรใช้พระรูปพระแสงดาบเขนและโล่ ประจำที่มุมธงและใช้เป็นตราประจำกระดาษสำหรับราชการในกรมตำรวจภูธร เมื่อ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๕ ตราโล่เขนนี้ ออกแบบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐ โดย หม่อมเจ้าประวิชชุมสาย ผู้ผูกลายพระราชลัญจกรแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๖)
ถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ดาบเขนและโล่ได้ปรากฏอยู่ในพระธรรมนูญตรา ที่โปรดเกล้าฯให้ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ ให้เป็นตราประจำกรมพลตระเวน(ต่อมา พ.ศ.๒๔๕๘ เปลี่ยนเป็นกรมพลตำรวจนครบาล)